Royal1688 casino.net

ผู้ให้บริการคาสิโนออนไลน์ชั้นนำ

ป้ายกำกับ: INN

โดนอีก! ลุงวัฒนา บึ้มตู้โทรศัพท์ปี 50 ข้อหาพยายามฆ่า

Published / by vois52 / Leave a Comment


ศาลอาญา รัชดา ออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบคำ ให้การจำเลย ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,กระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส,ทำ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง และมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 27- 30 ก.ย.2550 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยนำชิ้นส่วนโลหะ แบตเตอรี่ สายไฟ แผงวงจรสวิทต์เปิด – ปิด ดินดำ ขวดน้ำพลาสติกใส่นำมันเบนซิน สามารถทำอันตรายต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บและตาย

โดยตั้งเวลาระเบิดไว้ 30 นาที แล้วนำไปวางไว้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม.เป็นเหตุให้ ด.ต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขวาขาด ช่องอกมีรอยฉีกขาด แก้วหูขวาฉีกขาด และ ส.ต.ท.วิทยา ธรสุนทรชื่น แก้วหูฉีกขาดทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองคน ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหายจำนวน 20,000 บาท

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังและสอบถาม ปรากฏว่า จำเลยแถลงให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : MThai

เอมี่ อาเมเรีย ร่ำไห้! ถูกคุมฝากขัง ย้ำเสพไอซ์ปัดค้า-ขอโทษทำเสียใจ

Published / by vois52 / Leave a Comment

ตำรวจนครบาลสายไหม คุมตัว นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ หรือ พล อายุ 40 ปี และ น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือ เอมี่ อายุ 28 ปี มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 และอดีตนางเอกชื่อดังจากละคร “ธิดาวานร” เจ้าของวลี “แม่มา” ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันเสพยาเสพติด และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี,ยาไอซ์) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขัง

โดยขณะที่ถูกตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา นางสาวอาเมเรีย ได้สวมหมวก ก้มหน้าร้องไห้มีท่าทีเหนื่อยล้า พร้อมระบุว่า ตนเองเป็นเพียงคนเสพเท่านั้น ส่วนยาเสพติดเป็นของหนุ่มคนสนิท รวมทั้งขอโทษครอบครัวและแฟนคลับที่ทำให้เสียใจ ก่อนที่นายฮันนาส จาคอป จะเดินเข้าไปหานางสาวอาเมเรีย บุตรสาว ว่าไม่ต้องพูดอะไร และขอร้องสื่อมวลชนที่อยู่ระหว่างการบันทึกภาพ

ส่วนนาย ปุณยวัจน์ ที่ใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้า ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์กับดาราสาวรวมถึงผู้ครอบครองยาเสพติดของกลาง โดยระบุเพียงว่า ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ทั้งนี้เมื่อนายปุณยวัจน์ เดินขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหานางสาวอาเมเรียได้ร่ำให้ออกมาโดยมีนายปุณยวัจน์คอยโอบกอดปลอบใจอยู่ข้างๆ

ส่วนด้าน พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจคัดค้านการประกันตัว ส่วนบันทึกการจับกุมได้สอบปากคำผู้ต้องหาประกอบสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยจากสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นเพียงผู้เสพไม่ใช่ผู้จำหน่าย แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะสามารถเอาผิดได้

ศูนย์อุตุฯภาคใต้ เตือน 6 จว. ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

Published / by vois52 / Leave a Comment

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก แจ้งเตือนว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกชุก และ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักเลยฝนตกที่สะสมอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันรถออกจากฝั่งในช่วงระหว่างนี้

ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดพังงา ได้เกิดฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ประกอบกับในพื้นที่บริเวณชายทะเลพบว่าคลื่นลมในทะเลยังคงมีกำลังแรง ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตราย จากปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่เสี่ยงภัยที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละอำเภอจัดชุดปฏิบัติการในการช่วยเหลือประชาชนหากมีการร้องขอ ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

บุกค้นบ้าน พนม – นพรัตน์ อดีต ผอ.พศ. โยงคดีทุจริตเงินทอนวัด

Published / by vois52 / Leave a Comment

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. นำกำลังกระจายกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด รวม 14 จุดใน 7 จังหวัด โดย จุดสำคัญคือ บ้านพักของ นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกระบวนการทุจริตเงินทอนวัด

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้แสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าตรวจค้น โดยมีนายพนม เข้ามารับหมายและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป

สำหรับการเข้าตรวจค้นบ้านของนายพนม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ปปป. ทำการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด พบความเคลื่อนไหว เรื่องของการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่งและมีการซื้อทองสะสมไว้ มีพฤติการณ์เชื่อว่า ร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นในวันนี้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตอำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี และเตรียมเปิดตู้เซฟ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินด้วย

ผู้เสียหายรวมตัวร้องตำรวจกองปราบ ใช้สารหล่อลื่นเมฆมังกรบินเครื่องยนต์พัง

Published / by vois52 / Leave a Comment

นายฐาพล เพ็ชรแก้ว เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ที่จังหวัดสงขลา พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก.สอบสวน กองกำกับการ 6 กองปราบปราม หลังใช้ผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่น ของนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ “เมฆ มังกรบิน” แล้วทำให้เครื่องยนต์เกิดปัญหา

นายฐาพลเปิดเผยว่า รู้จักกับนายเกริกพล เป็นการส่วนตัวโดยเมื่อปี 2558 ได้นำผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นยี่ห้อ Max nano มาให้ใช้และจำหน่าย จำนวน 50 ขวด ซึ่งระยะแรกเครื่องยนต์ก็เป็นปกติดี และ เมื่อใช้ไปหลายเดือนเครื่องยนต์เริ่มติดขัดและมีปัญหา นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้บริการร้านของตนหลังจากใช้งานผลิตภัณฑ์นี้แล้วก็กลับมาโวยวายใส่ตนเอง ทำให้อู่ซ่อมรถของตนเสียชื่อเสียง หลังจากนั้นจึงได้บอกกับนายเกริกพล แล้วว่าอย่าโฆษณาสินค้าเกินจริง เพราะจะส่งผลกระทบต่อตัวเองได้ในภายหลัง นอกจากนี้ยังนำรูปถ่ายตนไปแอบอ้างในเว็บไซต์ พร้อมระบุว่า ตนยืนยันผลิตภัณฑ์แล้วดี จนทำให้มีประชาชนคิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย

ขณะที่ นายจีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ เปิดเผยว่า ตนซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ กับรถจักรยานยนต์ ซึ่งยอมรับว่าช่วงแรกที่ใช้ เครื่องบิดได้ลื่นมาก แต่เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง เครื่องเริ่มฝืด และพัง ทำให้ตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ด้าน พ.ต.ท.ธราดล ระบุว่า เบื้องต้นต้องแบ่งผู้เสียหายออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเจ้าของอู่รถ หรือตัวแทนที่รับผลิตภัณฑ์มาจากนายเกริกพลโดยตรง กับอีกส่วนคือผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์แต่ซื้อจากตัวแทนอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ จะต้องสอบปากคำโดยละเอียด ก่อนรวบรวมหลักฐานว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้างต่อไป

ชาวสุรินทร์ร้อง! ถนนเข้า-ออกหมู่บ้าน สุดเละ เป็นหลุมบ่อ

Published / by vois52 / Leave a Comment

ชาวบ้านโนนโพธิ์ หมู่ที่ 9 ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ร้องเรียนว่า ถนนทางเข้าหมู่บ้านระยะทางประมาณ 400 เมตร ซึ่งชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเป็นประจำ มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนตลอดเส้นทาง จนแทบจะใช้สัญจรไม่ได้ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ไตรขลา ไม่สามารถมาซ่อมถนนให้ใหม่ได้ เนื่องจากยังมีกรณีพิพาทฟ้องร้องกันกับชาวบ้านจำนวน 4 ราย ที่ถนนได้ตัดผ่านรุกล้ำเข้าไปยังที่ดินของตน ปัจจุบันยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ต้องได้รับความเดือดร้อนกับสภาพถนนดังกล่าวนี้มานาน

ด้าน นายสุธี อินทอง อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า เดิมทีถนนเส้นนี้ได้มีการพัฒนาไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2559 แต่เนื่องจากถนนมีขนาดความกว้างเพียง 4 เมตร ทำให้รถยนต์วิ่งสวนกันลำบาก ต่อมาทางอบต.จึงได้ทำการสำรวจเพื่อที่จะทำการขยายถนนเพิ่มแต่กลับพบว่ามีชาวบ้านจำนวน 4 รายซึ่งมีที่ดินอยู่ติดกับถนนไม่ยินยอม และได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินมาสำรวจรังวัดหลักเขตใหม่ ซึ่งปรากฏว่าถนนได้ตัดผ่านเข้าไปในที่ดินของชาวบ้านทั้ง 4 ราย โดยบางรายมีหลักเขตที่ดินอยู่กลางถนน ทำให้เจ้าของที่ทั้ง 4 ต่างไม่ยินยอมที่จะให้มีการทำถนนใหม่บนที่ดินของตนอีก จนมีการฟ้องร้องกับทางการมานานนับปี

ขณะที่นายสรรพสิทธิ์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้ทางอบต.ได้ตั้งงบประมาณที่จะซ่อมแซมเอาไว้แล้วตั้งแต่ปี 2559 แต่ติดที่เรื่องพิพาทที่ดินยังไม่จบ ซึ่งในขณะนี้ทาง อบต.ก็ได้เตรียมจัดตั้งงบประมาณมาซ่อมแซมถนนที่ชาวบ้านใช้เป็นทางเลี่ยงแล้ว เพื่อที่จะได้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน จนกว่าเรื่องพิพาทจะได้ข้อยุติ

เด็กหญิงวัย 15 เหยื่อรุมโทรม ชี้ตัวผู้ต้องหา ถูกต้องทั้ง 2 รอบ

Published / by vois52 / Leave a Comment

หลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายวรชิต อายุ 39 ปี นายบุญพจน์ อายุ 33 ปี นายชาติชาย อายุ 37 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 1-3 ที่อยู่ในระหว่างประกันตัวคดีเก่า) และ นายเฉลิม อายุ 69 ปี นายสุชีพ อายุ 55 ปี นายนัฐวุฒิ อายุ 27 ปี และ นายกีรติ อายุ 30 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 4-8) นายสายันต์ อายุ 43 ปี นายนาวิก อายุ 53 ปี (ผู้ต้องหารายที่ 9-11) รวมทั้งสิ้น 9 คน ที่ประกันตัวในชั้นศาล เดินทางมายัง สภ.เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า เพื่อให้ น.ส.เอ นามสมมุติ (ตอนเริ่มถูกกระทำ อายุ 14 ปี) ทำการชี้ตัวเป็นครั้งแรก

หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ ทั้ง 11 คน โดยใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงได้ออกมายังห้องสอบสวน ส่วนนายธวัชชัย อายุ 34 ปี และ นายรังสันติ์ อายุ 23 ปี ยังอยู่ในเรือนจำจังหวัดพังงา จึงไม่ได้มาชี้ตัว ล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัวประชาชนกว่า 30 คน เข้าปะปนกับผู้ต้องหาจำนวน 9 ราย โดยให้เข้าไปในห้องเป็นชุด ๆ เพื่อให้เหยื่อการรุมโทรมทำการชี้ตัว ซึ่งพบว่า ในการชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง จะมีผู้เข้าร่วมปะปนเข้าไปและผู้กระทำความผิดรอบละ 5 คน ซึ่งเหยื่อการรุมโทรมได้ทำการชี้ตัวถูกต้องทั้ง 9 คน จากนั้นจึงนำผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ไปที่ห้องสอบสวน เพื่อทำการลงลายมือชื่อ ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 ปฏิเสธการลงลายมือชื่อ แต่ขอลงบันทึกประจำวันถึงสาเหตุที่ไม่ลงลายมือชื่อยอมรับการชี้ตัว

ด้าน พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เผยว่า กระบวนการชี้ตัวในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนและกระบวนการมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการหาผู้ที่มีอายุใกล้เคียงกัน บุคคลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มาร่วมกระบวนการ ส่วนสาเหตุที่มีบางคนวนซ้ำเข้ามาในกระบวนการชี้ตัวนั้นก็เป็นตามขั้นตอนปกติ ที่จะต้องวนไปวนมา ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการเก็บหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการส่งฟ้องต่อไป

สื่อนอกตีข่าว ‘บอส อยู่วิทยา’ กบดานในประเทศไต้หวัน

Published / by vois52 / Leave a Comment

พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจสากลได้ออกหมายแดงเพื่อให้สมาชิก 190 ประเทศ ช่วยติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา

หรือ บอส ทายาทนักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ก่อเหตุขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 โดยคดีหมดอายุความลง อีก 1 ข้อหาคือ ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล

ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร และไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำให้ นายวรยุทธ เหลืออยู่ข้อหาเดียว ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความถึง 15 ปี

ด้าน นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ พี่ชาย ด.ต.วิเชียร เปิดเผยว่า ทราบแล้วว่า ข้อหาชนแล้วหนีจะหมดอายุความลง ส่วนตัวรู้สึกเสียใจที่เจ้าหน้าที่ไม่เร่งรัดจับกุมผู้กระทำความผิด ส่วนตัวจะไปเรียกร้องเจ้าหน้าที่ ให้เร่งดำเนินการก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่รู้ระเบียบ และขั้นตอนกฎหมาย จึงอยากขอความเป็นธรรม ให้น้องชายที่เสียชีวิตไปเกือบ 5 ปีแล้ว แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า จนไม่สามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้

สำหรับตัว นายวรยุทธ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าได้หลบหนีอยู่ในประเทศไต้หวัน ซึ่งไต้หวันก็เป็นประเทศที่อยู่ในสมาชิกตำรวจสากล หากเจ้าหน้าที่ไต้หวันพบตัวก็สามารถจับกุมและเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ในทันที

พ่อตั้งรางวัล 1 แสนบาท ให้ผู้แจ้งเบาะแส ผอ.อ้อย หายตัวลึกลับนาน 2 เดือน

Published / by vois52 / Leave a Comment

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าข้างลำห้วยผึ้ง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเจ้าหน้าที่ ตร.กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ยังคงพากันลุยป่าติดตามค้นหาร่างของ ผอ.อ้อย

ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 2 เดือนที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งนายวิทยา เกษแก้ว สามีของ ผอ.อ้อย และญาติพี่น้อง มั่นใจว่า บริเวณนี้จะต้องเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ ผอ.อ้อย เนื่องจากมีชาวบ้านที่พากันมาหาดักหนูบริเวณพบว่า มีรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม. และพบว่า มีชาย 4 คน แต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ ดังนั้น สามีและบรรดาญาติพี่น้อง จึงได้พากันมาตรวจค้นหาบริเวณนี้อย่างละเอียด แต่ว่าจากการตรวจค้นทั่วทั้งป่าก็ยังไม่พบเบาะแสร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่อย่างใด

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวของตนหายตัวไป ตนและญาติพี่น้องออกค้นหาอ้อยลูกสาวของตนทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิง เดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาว ที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์ เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว ตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้

นายบุญเลิศ กล่าวต่อไปว่า ตนขอประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา